ภาพยนตร์โฆษณาไทยประกันชีวิต เสนอชีวิตหญิงสู้โรคมะเร็งอยู่ได้ 2 ปี อุทิศชีวิตช่วยเด็ก ถ่ายทอดความสุขในการเล่นกีตาร์ ดูไม่ทุกข์ร้อนกับโรคร้าย เปรียบเหมือน ครูติ๋ว แห่งบ้านโฮมฮักโดย Forward mail.เชื่อว่าหลายคนคงได้ยิ้มทั้งน้ำตาไปพร้อมๆ กับความซาบซึ้งกินใจ หลังจากได้ชมโฆษณาประกันชีวิตของบริษัทแห่งหนึ่งที่เสนอเรื่องราวชีวิตของแม่ต้อย ผู้ให้เส้นทางชีวิตใหม่แก่เด็ก 3 คน ที่หลงเดินทางผิดและกำลังจะกลายเป็นปัญหาสังคม แต่ แม่ต้อย กลับพาเด็กๆ เหล่านั้นมาอุปการะเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ราวกับเป็นลูกของเธอเอง แม้เธอจะป่วยเป็นมะเร็ง และมีชีวิตอยู่ได้อีกเพียงแค่ 2 ปี แต่เธอก็ยังสามารถเล่นกีตาร์ร้องเพลงสนุกไปกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กๆ ภาพชีวิตของบุคคลหนึ่งที่อุทิศตัวเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายให้กับเด็กๆ แม้ตัวเองจะป่วยเป็นมะเร็งก็ไม่ หวาดหวั่นดังเช่นในโฆษณา ละม้ายคล้ายคลึงกับชีวิตของ "ครูติ๋ว สุธาสินี น้อยอินทร์"แห่งบ้านโฮมฮัก บ้านที่เปรียบเสมือนออกซิเจน ที่ช่วยต่อลมหายใจให้กับเด็กไร้ โอกาสหลายๆ คนในสังคม
"ครูติ๋ว" หรือ "แม่ติ๋ว" ของเด็กๆ เคยเป็นอาสาสมัครตามมูลนิธิต่างๆ ก่อนจะมาก่อตั้ง "มูลนิธิ สุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน" ขึ้น และสร้างบ้านโฮมฮักขึ้นที่จังหวัดยโสธร ตลอดเวลา 20 ปีของบ้านโฮมฮัก ครูติ๋วได้ทุ่มเทความรักให้กับเด็กๆ ด้อยโอกาสและเด็กที่ประสบปัญหาวิกฤติต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเด็กติดเชื้อเอดส์ เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือเด็กถูกทำร้ายทุบตี รวมๆ กว่า 100 ชีวิต แม้ตัวครูติ๋วเองจะมีฐานะไม่สู้ ดีนัก ซ้ำยังทรมานจากอาการป่วยเป็ นมะเร็งลำไส้ใหญ่มานานหลายปี ซึ่งอาการก็ทรงๆ ทรุดๆ และกำเริบขึ้นมาวันใดก็ได้ แต่ครูติ๋วก็ไม่ได้ทุ่ มเทแรงกายแรงใจไปกับการรักษาตัวเองเสียทั้งหมด เวลาส่วนใหญ่ของเธออยู่ที่ การได้ดูแลเด็กๆ ในบ้านโฮมฮัก นั่นเพราะครูติ๋วมีหลั กในการดำรงชีวิตว่า "ชีวิตที่มีค่า คือการทำให้ชีวิตผู้อื่นมีค่า" ดังนั้นครูติ๋วจึงสุขใจที่จะได้ มอบชีวิตใหม่ให้กับเด็กๆ ผู้เปรียบเสมือนต้นกล้าเล็กๆ ที่กำลังรอการรดน้ำพรวนดิ นและใส่ปุ๋ยที่ดีก่อนจะเติ บโตเป็นต้นไม้ที่สวยงามต่อไป สมกับชื่อบ้าน "โฮมฮัก"ที่เป็นภาษาอีสานหมายถึง "ศูนย์รวมแห่งความรักนั่นเอง"
นับวันที่บ้านโฮมฮักจะมีเด็กๆ เข้ามารับไออุ่นจากบ้านมากขึ้น นั่นสะท้อนให้เห็นว่าสังคมเรายิ่งเลวร้ายลงเพียงใด บ้านโฮมฮักที่กลายเป็นจุดพักพิงของเด็กๆ ด้อยโอกาส จึงกำลังประสบปัญหาอย่างหนักเรื่องเงินทุนที่ต้องใช้กว่าเดื อนละเจ็ดแสนบาท ทั้งค่าอาหาร ค่ายา และอุปกรณ์ต่างๆ จนครูติ๋วก็ไม่รู้ว่าชะตากรรมของเด็กๆ จะดำเนินต่อไปได้อย่างไร หากขาดเงินทุนมาหล่อเลี้ยงชีวิต แต่หลังจากครูติ๋วได้ ออกรายการโทรทัศน์หลายๆ รายการ นั่นก็ทำให้เกิดธารน้ำใจจากกลุ่ มต่างๆ หลั่งไหลเข้ามาช่วยเหลือจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อมอบเงินทุนให้กับบ้านโฮมฮัก เป็นการตอบแทนน้ำใจของครูติ๋วที ่ได้แบ่งปันและให้สิ่งดีๆ กับสังคม และนี่คือชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ งที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านภาพยนตร์โฆษณา เป็นการกระตุ้นให้คนตระหนักถึงสังคมมากขึ้น เฉกเช่นเดียวกับความคิดของ "ครูติ๋ว" ที่แม้ร่างกายของเธอจะอ่อนแอจากโรคร้ายที่รุมเร้า แต่หัวใจของเธอยังคงเข้มแข็งเต็มเปี่ยมพร้อมที่จะ "ให้" และเติมเต็มในสิ่งที่ขาด ในทุกๆ โอกาสที่เธอจะทำได้
ใครอยากร่วมให้กำลังและแบ่งปั นสามารถส่งผ่านทางที่อยู่ มูลนิธิสุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและ เยาวชน เลขที่ 3 หมู่ 12 บ้านประชาสรรค์ ต.ตาดทอง อ.เมือง ยโสธร 35000 หรือทางบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา ยโสธร ชื่อบัญชี มูลนิธิสุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน เลขที่บัญชี 561-2-21187-7 หรือบัญชีธนาคารทหารไทย สาขา ยโสธร ชื่อบัญชี มูลนิธิสุธาสินี น้อยอินทร์ เพื่อเด็กและเยาวชน
ที่มา///http://news.sanook.com/scoop/scoop_319020.php
วันพุธที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
วันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2551
เอามาฝากเพื่อนๆๆ
สำหรับเพื่อนๆๆที่เป็นสิว
สิวทั่วไป -ว่านหางจระเข้ ใช้ส่วนที่เปนวุ้นทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้20นาทีแล้วล่างออกทำวันละ2ครั้ง เช้า และ ก่อนนอน -ขมิ้น นำผงขมิ้นมาละลายน้ำ ผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย ทาตรงที่เป็นสิว ทิ้งไว้10-15นาทีแล้วล้างออกต้วยน้ำมะขามเปียก ทำวันละครั้ง -ตำลึง คั้นน้ำจากใบตำลึง ทาที่หัวสิว ทิ้งไว้ 5-10นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่า -น้ำมะนาว คั้นน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าในปริมาณเท่าตัว ทาให้ทั่วหน้าที่ล้างสะอาดแล้ว จากนั้นล้างออก ทำวันละครั้ง ถ้าสิวไม่มาก ให้ใช่น้ำมะนาวล้วนๆ แต้มเฉพาะหัวสิว สิวเสี้ยน -ใช้ไข่ขาว ทาตรงที่มีสิวเสี้ยน แล้วใช้ทิชชูแปะไว้ ทิ้งไว้จนไข่ขาวแห้ง จึงดึงทิชชูออก สิวเสี้ยนก้จะหลุดออกมาด้วย สิวที่บวมอักเสบ -ใช้กระเทียมครึ่งหัวโขลกให้ละเอียด ทาบริเวณที่เป็นสิวก่อนนอน ตอนเช้าค่อยล้างออก ทาทุกวัน เป็นเวลา1สัปดาห์ จะเห็นผล
ที่มา///http://www.dek-d.com/board/view.php?id=959438
สิวทั่วไป -ว่านหางจระเข้ ใช้ส่วนที่เปนวุ้นทาให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้20นาทีแล้วล่างออกทำวันละ2ครั้ง เช้า และ ก่อนนอน -ขมิ้น นำผงขมิ้นมาละลายน้ำ ผสมกับน้ำผึ้งเล็กน้อย ทาตรงที่เป็นสิว ทิ้งไว้10-15นาทีแล้วล้างออกต้วยน้ำมะขามเปียก ทำวันละครั้ง -ตำลึง คั้นน้ำจากใบตำลึง ทาที่หัวสิว ทิ้งไว้ 5-10นาที ล้างออกด้วยน้ำเปล่า -น้ำมะนาว คั้นน้ำมะนาวผสมน้ำเปล่าในปริมาณเท่าตัว ทาให้ทั่วหน้าที่ล้างสะอาดแล้ว จากนั้นล้างออก ทำวันละครั้ง ถ้าสิวไม่มาก ให้ใช่น้ำมะนาวล้วนๆ แต้มเฉพาะหัวสิว สิวเสี้ยน -ใช้ไข่ขาว ทาตรงที่มีสิวเสี้ยน แล้วใช้ทิชชูแปะไว้ ทิ้งไว้จนไข่ขาวแห้ง จึงดึงทิชชูออก สิวเสี้ยนก้จะหลุดออกมาด้วย สิวที่บวมอักเสบ -ใช้กระเทียมครึ่งหัวโขลกให้ละเอียด ทาบริเวณที่เป็นสิวก่อนนอน ตอนเช้าค่อยล้างออก ทาทุกวัน เป็นเวลา1สัปดาห์ จะเห็นผล
ที่มา///http://www.dek-d.com/board/view.php?id=959438
วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2551
พระบรมราโชวาท
พระบรมราโชวาท
“ชาติบ้านเมืองประกอบด้วยนานาสถาบัน อันเปรียบได้กับอวัยวะทั้งปวงที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นชีวิตร่างกาย ชีวิตร่างกายดำรงอยู่ได้ เพราะอวัยวะใหญ่น้อยทำงานเป็นปกติพร้อมเพียงกันอย่างไร ชาติบ้านเมืองก็ดำรงอยู่ได้ เพราะสถาบันต่างๆตั้งมั่นและปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยพร้อมมูลอย่างนั้น”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครพลเรือน เมื่อ 8 มิถุนายน พ.ศ.2514)
“การดำเนินชีวิตโดยใช้วิชาการอย่างเดียวยังไม่พอ จะต้องอาศัยความรู้รอบตัวและหลักศีลธรรมประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ แต่ขาดความยั้งคิด นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบ ก็เท่ากับเป็นบุคคลที่เป็นภัยแก่สังคมมนุษย์”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 18 กันยายน พ.ศ.2504)
“ชาติบ้านเมืองประกอบด้วยนานาสถาบัน อันเปรียบได้กับอวัยวะทั้งปวงที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นชีวิตร่างกาย ชีวิตร่างกายดำรงอยู่ได้ เพราะอวัยวะใหญ่น้อยทำงานเป็นปกติพร้อมเพียงกันอย่างไร ชาติบ้านเมืองก็ดำรงอยู่ได้ เพราะสถาบันต่างๆตั้งมั่นและปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยพร้อมมูลอย่างนั้น”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครพลเรือน เมื่อ 8 มิถุนายน พ.ศ.2514)
“การดำเนินชีวิตโดยใช้วิชาการอย่างเดียวยังไม่พอ จะต้องอาศัยความรู้รอบตัวและหลักศีลธรรมประกอบด้วย ผู้ที่มีความรู้ แต่ขาดความยั้งคิด นำความรู้ไปใช้ในทางมิชอบ ก็เท่ากับเป็นบุคคลที่เป็นภัยแก่สังคมมนุษย์”
(พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 18 กันยายน พ.ศ.2504)
นมัสการ
นมัสการมาตาปิตุคุณ
เป็นบทกล่าวแสดงความเคารพ กตัญญูต่อครูอาจารย์ที่คอยอบรมสั่งสอน ให้ความรักความเมตตาแก่ศิษย์ทุคน ซึ่งถือเป็นพระคุณเลิศ
นมัสการอาจริยคุณ
เป็นบทกล่าวนอบน้อมพระคุณของบิดามารดา ผู้ที่ให้กำเนิด ให้คำสั่งสอน ให้การดูแลอย่างดี เลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมด้วยความรัก ให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพ เปรียบพระคุณบิดามารดายิ่งใหญ่กว่าภูเขาหรือแผ่นดิน สุดที่จะทดแทนหมดได้
เป็นบทกล่าวแสดงความเคารพ กตัญญูต่อครูอาจารย์ที่คอยอบรมสั่งสอน ให้ความรักความเมตตาแก่ศิษย์ทุคน ซึ่งถือเป็นพระคุณเลิศ
นมัสการอาจริยคุณ
เป็นบทกล่าวนอบน้อมพระคุณของบิดามารดา ผู้ที่ให้กำเนิด ให้คำสั่งสอน ให้การดูแลอย่างดี เลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมด้วยความรัก ให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพ เปรียบพระคุณบิดามารดายิ่งใหญ่กว่าภูเขาหรือแผ่นดิน สุดที่จะทดแทนหมดได้
ความผูกพัน กับ ความรัก
ความรัก..กับ ความผูกพัน หน้าตาคล้ายกัน เหมือนซ้าย-ขวา
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ ...
รู้สึกว่า .. คิดถึง .. แล้วมาหา คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. เคยมาหา .. เลยมาหา คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. หิว .. แต่อยากรอ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกัน คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. อยากใช้เวลาด้วยกัน คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึง คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ .. ผูกพัน
ขอบคุณเหลือเกิน .. ความผูกพัน .. ที่ทำให้รัก
ขอบคุณเหลือเกิน .. รักที่เป็นมากกว่า .. ความผูกพัน
-----------------------------------------------------------
เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า .. เคยผูกพันเหมือนเคยรักกัน แล้วพลัดพราก ต้องมาตามหากันเป็นแรมปี ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้ ยามที่มองแววตาใครคนนั้น แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้างๆ เพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่า รักและผูกพัน ความรู้สึกที่ .. มิอาจพรากจากกัน ได้อีก แม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที
ที่มา///http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=166879325
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ ...
รู้สึกว่า .. คิดถึง .. แล้วมาหา คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. เคยมาหา .. เลยมาหา คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. หิว .. แต่อยากรอ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. อิ่มแล้ว .. อยากเอามาฝาก คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. อยากให้เวลากันและกัน คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. อยากใช้เวลาด้วยกัน คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. หงุดหงิดคือทำให้อีกคนไม่สบายใจ คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. โกรธคือทำให้อีกคนสำนึกบ้าง คือ .. ผูกพัน
รู้สึกว่า .. ไม่มีนาทีไหนไม่คิดถึง คือ .. รัก
รู้สึกว่า .. นาทีไหนที่ว่างจะคิดถึง คือ .. ผูกพัน
ขอบคุณเหลือเกิน .. ความผูกพัน .. ที่ทำให้รัก
ขอบคุณเหลือเกิน .. รักที่เป็นมากกว่า .. ความผูกพัน
-----------------------------------------------------------
เคยไหมรักใครคนหนึ่ง ด้วยความรู้สึกว่า .. เคยผูกพันเหมือนเคยรักกัน แล้วพลัดพราก ต้องมาตามหากันเป็นแรมปี ถ้าเคยรู้สึกอย่างนี้ ยามที่มองแววตาใครคนนั้น แล้วรู้สึกอยากอยู่ข้างๆ เพื่อคอยกางแขนปกป้องและดูแลไปตลอดชีวิต ความรู้สึกนั้น .. เรียกว่า รักและผูกพัน ความรู้สึกที่ .. มิอาจพรากจากกัน ได้อีก แม้เพียงหนึ่งเสี้ยววินาที
ที่มา///http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=166879325
กลอนนี้ถึงเพื่อนๆๆๆ
คอยเตือน ยามเพื่อนพลั้ง คอยฟัง ยามเพื่อนขอ
คอยรอ ยามเพื่อนสาย คอยพาย ยามเพื่อนพัก
คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์ คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ
คอยง้อ ยามเพื่อนงอน คอยสอน ยามเพื่อนผิด
คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ คอยเจอ ยามเพื่อนหา
คอยลา ยามเพื่อนกลับ คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน
คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น
คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน คอยหอน ยามเพื่อนเห่า
คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ คอยอุบ ยามเพื่อนปิด
คอยคิด ยามเพื่อนถาม คอยปราม ยามเพื่อนหลง
คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด
คอยอด ยามเพื่อนทาน คอยคาน ยามเพื่อนล้ม
คอยชม ยามเพื่อนชนะ คอยสละ ยามเพื่อนชอบ
ที่มา///http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=166879325
คอยรอ ยามเพื่อนสาย คอยพาย ยามเพื่อนพัก
คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์ คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ
คอยง้อ ยามเพื่อนงอน คอยสอน ยามเพื่อนผิด
คอยสะกิด ยามเพื่อนเผลอ คอยเจอ ยามเพื่อนหา
คอยลา ยามเพื่อนกลับ คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน
คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น
คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน คอยหอน ยามเพื่อนเห่า
คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ คอยอุบ ยามเพื่อนปิด
คอยคิด ยามเพื่อนถาม คอยปราม ยามเพื่อนหลง
คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด
คอยอด ยามเพื่อนทาน คอยคาน ยามเพื่อนล้ม
คอยชม ยามเพื่อนชนะ คอยสละ ยามเพื่อนชอบ
ที่มา///http://www.hi5.com/friend/profile/displaySameProfile.do?userid=166879325
วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2551
กลอนรักๆๆ!!!
กลอน
**เกี่ยวก้อยมาร้อยดาวให้เต็มราวบนท้องฟ้า เรียงรายสุดสายตาเป็นคำว่าฉันรักเธอ
**เก็บความรักใส่กล่องเก็บใจเราสองใส่ลงถังเก็บความจริงใจใส่กะละมัง แล้วเก็บกล่องในถังใส่กะละมังไปให้เธอ
**อยากรักเธอเท่าฟ้าแต่ก็ไม่รู้ว่าฟ้ากว้างแค่ไหน เอาเป็นว่ารักเธอหมดหัวใจและไม่เคยรักใครเท่าเธอ
**อ่านหนังสือดึกๆ ก็นึกถึงคนคนหนึ่ง คนซึ่งต้องห่วงหาคนคนนึงซึ่งอยู่ในใจตลอดมา คนคนนึงซึ่งคนคนนี้ขอบอกว่า "รักเธอ"
ที่มา//http://www.whenifallinlove.net/diary/diary.php?maelona:2:9:2006
**เกี่ยวก้อยมาร้อยดาวให้เต็มราวบนท้องฟ้า เรียงรายสุดสายตาเป็นคำว่าฉันรักเธอ
**เก็บความรักใส่กล่องเก็บใจเราสองใส่ลงถังเก็บความจริงใจใส่กะละมัง แล้วเก็บกล่องในถังใส่กะละมังไปให้เธอ
**อยากรักเธอเท่าฟ้าแต่ก็ไม่รู้ว่าฟ้ากว้างแค่ไหน เอาเป็นว่ารักเธอหมดหัวใจและไม่เคยรักใครเท่าเธอ
**อ่านหนังสือดึกๆ ก็นึกถึงคนคนหนึ่ง คนซึ่งต้องห่วงหาคนคนนึงซึ่งอยู่ในใจตลอดมา คนคนนึงซึ่งคนคนนี้ขอบอกว่า "รักเธอ"
ที่มา//http://www.whenifallinlove.net/diary/diary.php?maelona:2:9:2006
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)