วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2552

เรื่องของวันนี้!!!

วันนี้เหรอ เป็นวันอะไรก็ไม่รู้ เราเองมีความสุขมากๆๆๆ เพราะว่าวันนี้เราได้เจอคนที่เราแอบปลื้ม หลายต่อหลายครั้งมาก แบบว่า คิดแบบเข้าข้าวตัวเองนิดหน่อยนะว่า เขายิ้มให้เราด้วยละ

ดัใตจสุดๆๆ อ่ะ มีความสุขจัง อย่างน้อยเราเองก็ยังอยู่ในสายตาของเขาบ้าง

วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552

Krathong time

The column in student weekly.

The column I have read is Krathong time.

I have known a lot of people go to Loy Krathong for want to respects to Mae Kong Ka ,the river goddess

and release of bad luck. I have learned krathong made from banana plants,bread,popcorn and vegetable

for conserve environment.I want to learn method made krathong. I think Loy Krathong Festival is good

culture of Thailand.



//งานภาษาอังกฤษ

ข้อสอบ(งานคอม)

1.Maintenance คืออะไร
การบำรุงรักษาระบบ (System maintenance)
การบำรุงรักษาเป็นกิจกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งเพื่อให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่องตามที่ต้องการ แนวทางในการบำรุงรักษาระบบนี้นิยมใช้ 4 แนวทางดังนี้
1.การบำรุงรักษาเพื่อให้มีความถูกต้องเสมอ (Corrective maintenance) คือ การบำรุงรักษาและแก้ไขข้อผิดพลาดของระบบที่อาจเกิดจากการออกแบบระบบ
2.บำรุงรักษาเพื่อปรับเปลี่ยนตามความเปลี่ยนแปลง (Adaptive maintenance) คือ การบำรุงรักษาเพื่อปรับเปลี่ยนระบบตามความเปลี่ยนแปลงของข้อมูลและความต้องการของผู้ใช้
3.การบำรุงรักษาเพื่อให้ระบบทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด (Perfective maintenance) คือ การบำรุงรักษาโดยการปรับปรุงให้ระบบทำงานได้โดยมีประสิทธิภาพสูง และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้
4.การบำรุงรักษาเพื่อป้องกัน (Preventive maintenance) คือ การบำรุงรักษา และการตรวจสอบระบบโดยสม่ำเสมอ
http://pioneer.netserv.chula.ac.th/~psaichol/
2. Preliminary investigation คือ
การสำรวจงานเบื้องต้น (Phase 1 Preliminary Investigation) คือการเสาะแสวงหาข้อมูลเบื้องต้น เป็นการศึกษาปัญหา เพื่อกำหนดว่าการพัฒนาระบบ ควรจะดำเนินต่อ หรือไม่ นักวิเคราะห์ระบบจะต้องชี้ชัดไปว่า ปัญหาของระบบคืออะไร และจะจัดการกับ ปัญหาดังกล่าว ด้วยการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาพัฒนาอย่างไร ผลลัพธ์ที่ได้จากระบบนี้ก็คือ แผนงานอย่างคร่าวๆ ที่จะบอกถึงการนำคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้พัฒนาระบบงาน
การเริ่มต้นของการกำหนดปัญหา (Problem Definition) นักวิเคราะห์และผู้ใช้จะต้องตกลงกันเกี่ยวกับการนิยามปัญหาในเรื่องของ
1. ธรรมชาติของปัญหา (Nature of the Problem)
2. ขอบเขต (Scope)
3. วัตถุประสงค์ (Objective)
http://elearning.spu.ac.th/content/bcs110/main_analysis.html
3. cursor คือ
ตัวชี้เมาส์ (Cursor) คือ สัญลักษณ์แสดงตำแหน่งของเมาส์บนจอภาพ
I สัญลักษณ์แสดงตำแหน่งตัวแทรกข้อความ (Insertion point ) เป็นสัญลักษณ์แสดงตำแหน่งข้อความที่จะพิมพ์ลงไป

แถบหัวเรื่อง (Title bar) เป็นแถบแสดงชื่อโปรแกรมและชื่อไฟล์ที่เปิดอยู่

แถบเมนู (Menu bar ) เป็นแถบที่ใช้เก็บคำสั่งทั้งหมดในโปรแกรม


แถบเครื่องมือ ( Toolbar) เป็นแถบที่ใช้เก็บปุ่มคำสั่ง ซึ่งปุ่มเหล่านี้จะแทนคำสั่งที่ถูกเรียกใช้งานบ่อยๆ


แถบแสดงสถานะ (Status bar) เป็นแถบที่แสดงสถานะการทำงานในขณะนั้นๆ


ปุ่มขยาย (Maximize Button) หน้าจอวินโดว์ให้เต็มจอภาพ

ปุ่มลดขนาด (Minimize Button) เป็นปุ่มซ่อนวินโดว์

ปุ่มแสดงมุมมอง (View Button) เป็นปุ่มที่ใช้เปลี่ยนมุมมอง

I ส่วนตัวแทรกข้อความ (Insertion point) คือ สัญลักษณ์แสดงตำแหน่งข้อความที่พิมพ์ลงไป
http://www.tanti.ac.th/Com-tranning/Online_Word/page1.html
4. คำสั่งในการสร้างตารางในภาษา html คือ TABLE
5. เมื่อกด F1 ในwindows95 หมายความ เรียก HELP
6. อธิบายความยุติธรรมในการจัดการหน่วยประมวลผลได้ดีที่สุด ระบบปฏิบัติการต้องระมัดระวัง ไม่ให้เกิดความลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด หรืออย่างที่มีผลกระทบอันไม่พึงประสงค์อย่างร้ายแรงแก้ผู้ใช้ระบบ
7. สิทธิที่มีต่อแฟ้มมีกี่อย่าง 3 อย่าง
8. MSN Messenger คือ
เป็นโปรแกรมอินสแตนท์เมสเซนเจอร์ (Instant Messenger คือ โปรแกรมส่งข้อความข้ามระบบเครือข่ายแบบทันทีทันใด หรือ IM) จากบริษัทไมโครซอฟท์ หรือที่คนไทยเรียกสั้น ๆ ว่า "เอ็มเอสเอ็น" หรือ "เอ็ม" ปัจจุบันสามารถส่งสื่ออื่น ๆ นอกเหนือจากข้อความ เช่น วีดีโอ, เสียง แบบทันทีทันใด นอกเหนือไปจากการส่งไฟล์ข้อมูล เช่น ไฟล์เอกสารเวิร์ด ไฟล์เพลง หรือไฟล์ประเภทอื่น ๆ ผ่านทาง MSN
http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=6a3799fe4e78b0cb
9. ACDSEE 4.0 คือหลายคนคงรู้จักโปรแกรมนี้กันดีแล้วเพราะเป็นโปรแกรมใช้สำหรับดูภาพที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในขณะนี้
10.คุณสามารถเปลี่ยนการทำงานของไมโครโปรเซสเซอร์ได้โดยการ เปลี่ยนคำสั่งในหน่วยความจำ
11.คำสั่งของไมโครคอมพิวเตอร์ถูกเก็บในวงจร หน่วยความจำ
12.ไมโครโปรเซสเซอร์ต้องการสัญญาณนาฬิกาเพื่อกำหนดจังหวะในการทำงานอยากทราบว่าสัญญาณจากส่วนใด CLOCK
13. ความเป็นมาของอินเตอร์เน็ต มาจากกิจกรรมขององค์การใด
ในกิจกรรมทางทหาร
14. ไดร์ฟ CD-rom จะต้องใช้ส่วนประกอบกี่ส่วน 2 อย่าง
15. ขนาด 8 บิตเป็นขนาดที่ถูกใช้งานอย่างมากจนมีขื่อว่า ไบต์
16. การเปลี่ยนฐานของเลขจำนวนเต็มจากฐานหนึ่งไปยังอีกฐานหนึ่งเราจะใช้กระบวนการใด การหาร
17. ยกกำลังลบคือค่าเวจต์ของเลข………………….ทศนิยม
18.ระบบเลขฐานสิบหกใช้อักขระ………….ในการแทนเลขฐานสอง 0 ถึง F.
19.ไมโคโปรเซสเซอร์ 8 บิตสามารถอ้างอิงถึง………….ตำแหน่งในหน่วยความจำ 64 K
20. เครื่องในยุค 8 บิต คือ CP/M ย่อมาจาก Control Program for Microcomputer

//งานคอม

วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ขับถ่ายตอนเช้าดี!!!!

ขับถ่ายทุกเช้าช่วยลดกลิ่นกาย
ใครทราบบ้างว่า การขับถ่ายทุกเช้า สามารถลดกลิ่นกายได้ วันนี้เกร็ดความรู้มีเรื่องนี้มาฝากกัน... กลิ่นกายเกิดจากการปรับฮอร์โมนเพศในร่างกาย โดยเริ่มเปลี่ยนจากวัยเด็กสู่วัยรุ่น เช่นเดียวกับการมีประจำเดือนของเด็กผู้หญิง หรือเสียงแตกของเด็กผู้ชาย และการที่เด็ก ๆ มักไม่ค่อยได้กลิ่นตัวเอง ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะว่าประสาทรับรู้กลิ่นนั้นอ่อนล้าง่าย ไม่ว่าจะหอมหรือเหม็น เมื่อดมนานเข้าก็จะไม่รับรู้กลิ่นเดิม กลิ่นตัวจึงมีลักษณะดมติดเป็นนิสัย คนอื่นรู้สึก แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้สึก
ช่วงเวลาตี 5-7 โมงเช้า เป็นเวลาทำงานของลำไส้ใหญ่ ถ้าใครยังไม่ขับถ่าย ปล่อยปละจนเวลาเลยมาถึงช่วง 9 โมงเช้า ซึ่งเป็นเวลาของกระเพาะอาหาร แล้วไม่ยอมกินข้าวเช้าอีก ของเสียจากลำไส้ใหญ่ที่ไม่ขับถ่ายออกจะถูกบีบตัวผ่านลำไส้เล็กกลับมาถูกดูดซึมที่กระเพาะอาหารอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอุจจาระเก่าจะมีแก๊สที่เสียแล้วเกิดจากการบูดเน่าโดยอุณหภูมิของร่างกายที่มีความร้อน 37 องศาตลอดเวลา เพราะฉะนั้นแก๊สพิษเหล่านี้จะถูกดูดซึมเข้าไปในกระแสเลือด เลือดจึงไม่สะอาดผลที่ตามมาตั้งแต่ก่อนเที่ยงถึงบ่าย อาจรู้สึกง่วงนอนเพราะเลือดที่ไม่สะอาดเมื่อไหลไปเลี้ยงหัวใจก็จะทำให้อ่อนล้าไม่สดชื่น นอกจากนี้การที่เลือดไม่สะอาดไปเลี้ยงปอด ปอดก็จะขับของเสียออกทางผิวหนังและลมหายใจทำให้เกิดกลิ่นตัว กลิ่นปากโดยไม่รู้ตัวการที่ไม่ค่อยขับถ่ายตอนเช้าหลายวัน บางครั้งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวและเกิดอาการท้องอืดได้ ที่น่ากลัว ใครที่ละเลยการขับถ่ายในช่วงเช้าเป็นเวลาหลาย ๆ ปี เมื่อแก่ตัวความจำก็จะเสื่อมเร็วกว่าปกติอีกด้วยวิธีแก้ คือ ใครที่ไม่ค่อยถ่ายในช่วงเช้า ให้กินข้าวเช้าทุกวันระหว่างเวลา 07.00-09.00 น. แต่ถ้ากินข้าวเช้าแล้วยังไม่ค่อยขับถ่าย ก็ให้กินขมิ้นชันเป็นประจำเพื่อบริหารลำไส้ใหญ่ไปในตัว


ที่มา///http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_03897.php

วันศุกร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เรื่องของเมื่อวาน!!!

โหๆๆ เรื่องของเมื่อวาน ก็คือว่าเมื่อวานนี้เราเอง ไปกินหมูกระทะกับเพื่อนๆของเรามา สนุกสุดๆๆ เราก็กินหมูกระทะกัน แต่งานนี้มันมีของมึนเมาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ฉันเองกินไปคนเดียวก็เยอะกว่าเพื่อนๆเขา แถมทำเรื่องที่มันไม่หน้าจะเกิดขึ้นลงไปด้วย เพราะว่าฉันเองลืมของไว้ที่ร้านหมูกระทะ ของชิ้นนั้น ราคาไม่ใช่ว่าจะถูกๆ แถม ของมันก็ใหญ่ ไม่น่าจะลืมได้ ของที่ฉันลืมก็คือCOMPUTER NOTEBOOK สุดๆแล้ว ตกใจมาก ดี นะ ที่เพื่อนๆๆเราเห็นว่าเราลืมไว้ ก็เลยเก็บไว้ให้ มานึกได้ว่าลืมก้อเกือบถึงบ้านแล้ว สุดๆเลยนะ เราเนี่ย



ไดอารี่///ปอปู

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ข้อเสียของการกวดวิชามากเกินไป!!!

เกิดความเครียด
อันนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว ยิ่งเรียนหนักก็ยิ่งเครียด ยิ่งคิดไปไกล ยิ่งกระวนกระวาย เพื่อนเราเรียนไปถึงตรงนี้แล้ว เรายังไม่ถึงไหนเลย ตัวเราเองก็จะเริ่มระแวงเพื่อนๆกันเอง ความเครียดเกิดขึ้นได้เสมอ ไม่จำกัดเวลา และสถานที่ครับ เพราะฉะนั้น เราจะต้องรับมือกับมันให้ดี
เกิดความกลัว
เมื่อเกิดความเครียดแล้ว ความกลัวก็จะเริ่มตามมา กังวลว่าเราทำได้ดีที่สุดแล้วรึยัง หรือว่าเรายังดีไม่พอ เราอาจจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้ ซึ่งเราก็จะกลับไปเครียดใหม่อีกรอบ เป็นวัฎจักรแบบนี้ไปเรื่อยๆ แล้วเมื่อไหร่มันจะจบล่ะเนี่ย
เกิดอาการสมองชา
เมื่อเราทำอะไรที่หนักเกินไป สมองของเราก็จะล้าตามไปด้วยครับ และแน่นอน ถึงแม้ว่าสมองจะทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็ต้องการการพักผ่อนนะครับ เมื่อเราต้องใช้สมองอยู่ตลอดเวลาก็จะทำให้เกิดอาการล้า แล้วก็จะเริ่มรู้สึกชาๆ ไม่อยากรับรู้อะไรแล้ว
เมื่อต้องการพักผ่อน ต่อมาสมองก็จะสั่งการให้เราต้อง "นอน" ครับ เพื่อเป็นการพักผ่อนสมองของเรา สังเกตว่า วันไหนที่เรานอนได้เต็มอิ่ม ตื่นมาจะสดใส พร้อมที่จะใช้หัวในวันต่อมา ร่างกายมันจะมีการจัดระบบของมันเองแบบนี้แหละครับ
เรียนไม่รู้เรื่อง
เรียนกวดวิชาหลายวิชาในวันหนึ่งๆแบบนี้ มันต้องมีบ้างหล่ะ ที่เนื้อหาในแต่ละวิชามันจะรอเวลาออกมาตีกันเมื่อได้เรียนวิชาต่อไป กลายเป็นว่า มันพันกันมั่วไปหมด อาจจะทำให้เราเรียนไม่รู้เรื่องก็ได้ บางครั้งใจเราก็ยังคงจดจ่อกับเนื้อหาวิชาก่อนหน้านั้น อาจจะทำให้เกิดอาการเหม่อลอยนั่งเอ๋อชั่วขณะ
เกิดอาการเบลอๆ
การเรียนในกวดวิชาบางที เราจะต้องนั่งเรียนไม่ต่ำกว่า 2 ชม. ยิ่งถ้าเป็นคอร์สถึกๆอย่างแอดมิชชั่นแล้วละก็ อย่างต่ำต้อง 3 ชม.ขึ้นไป การนั่งนานๆโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ จะส่งผลต่อการทรงตัวเวลายืนด้วยนะครับ ที่สำคัญมันเบลออ่ะ เพื่อนๆเคยรู้สึกเหมือนกันรึเปล่า แบบว่าออกมาจากห้องแล้วมันมึนๆ พูดกับเพื่อนก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง..
เกิดความรู้สึกประมาณว่า "ถ้าเรียนมากกว่านี้ สมองเราต้องไหลออกมาแน่เลย"
เวลาเรียนหนักๆ มันจะรู้สึกปวดที่บริเวณขมับทั้งซ้ายขวาเลย พอจับดูปรากฏว่าเส้นเลือดมันเต้นตุ๊บๆๆ บางทีก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาแบบเฉียบพลัน บางทีถ้าเป็นหนักๆก็อาจจะเกิดอาการคลื่นไส้เลยก็ได้ [ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ ผมเคยเป็นมาแล้ว ยังนึกเสียดายก๋วยเตี๋ยวอยู่เลย]
เป็นโรคกระเพาะเอาง่ายๆ
ถ้าช่วงเวลาเรียนกวดวิชามันติดกันจนเกินไป บางคนอาจจะต้องเสียสละเวลากินข้าว และไอ้การกินข้าวไม่ตรงเวลาเนี่ยแหละ ที่จะทำให้เราเป็นโรคกระเพาะเอาง่ายๆ ยิ่งบวกกับความเครียดในข้อแรกแล้วด้วยล่ะก็..จบข่าว
จากการเรียนชีววิทยามานั้น ความเครียดจะเป็นตัวกระตุ้นน้ำย่อยในกระเพาะอาหารให้หลั่งออกมามากเกินปกติ ทำให้เรารู้สึกปวดท้อง ถ้าไม่มีอาหารอยู่ในกระเพาะอาหารล่ะก็ ระวังกระเพาะจะกลายเป็นแผลไม่รู้ด้วยนะ ทางที่ดี แวะไปซื้อนม ซื้อขนมมากินสักหน่อยดีกว่า อย่างน้อยโปรตีนในนมก็ยังไปช่วยเคลือบกระเพาะอาหารได้ส่วนหนึ่ง แต่ทางทีดี แวะไปกินข้าวสักหน่อยก็ดีนะ..

ที่มา///http://www.dek-d.com/content/view.php?id=11962